class="post-template-default single single-post postid-2201 single-format-standard wp-custom-logo eplus_styles">

สาระน่ารู้

UASB เพื่อบำบัดน้ำเสีย และผลิตก๊าซชีวภาพจากน้ำเสียโรงงานผลิตภัณฑ์จากนม 

บทความนี้จะพาทุกท่านมาชมผลงานโครงการระบบบำบัดน้ำเสียและผลิตก๊าซชีวภาพจากน้ำเสียโรงงานผลิตภัณฑ์จากนมแห่งหนึ่งที่ใช้ระบบ UASB และ Digester แบบ CSTR   โครงการนี้ปภพเป็นผู้ดำเนินโครงการแบบ Turnkey ใช้เวลาออกแบบ ก่อสร้าง และเริ่มเดินระบบ ประมาณ 1 ปี  สามารถรองรับน้ำเสียได้สูงสุด 220 ลบ.ม. ต่อวัน   

ความท้าทายของโครงการนี้คือคุณสมบัติน้ำเสีย และปริมาณ  ที่แปรเปลี่ยนตามผลิตภัณฑ์ และวัตถุดิบที่ใช้ตามฤดูกาล ทำให้การออกแบบระบบต้องมีความยืดหยุ่น เพื่อให้รองรับการเปลี่ยนแปลง และให้น้ำทิ้งสุดท้ายผ่านมาตรฐานน้ำทิ้งกรมโรงงานอุตสาหกรรม  อีกทั้งพื้นที่ก่อสร้างก็มีขนาดเล็กมาก คือเป็นอาคารรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาด กว้าง 13  ยาว 40  สูง 10 เมตร 

บำบัดน้ำเสียโรงงานผลิตภัณฑ์นม

กระบวนการที่ใช้คือ Dissolved Air Flotation (DAF) จำนวน 1 ชุด   ใช้สำหรับกำจัดไขมัน และสารแขวนลอยจากน้ำเสีย  ทำให้แบคทีเรียที่อยู่ในระบบถัดไป ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ น้ำออกจากระบบ DAF จะเข้าสู่กระบวนการ UASB จำนวน 1 ถัง  ส่วนตะกอนจะถูกส่งเข้าถังหมัก Anaerobic digester แบบ CSTR

บำบัดน้ำเสียโรงงานผลิตภัณฑ์นม

ปภพเป็นบริษัท แรกๆในประเทศไทยที่พัฒนาระบบ UASB สำหรับน้ำเสียอุตสาหกรรมในระดับ commerical scale ด้วยการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปภพเป็นผู้นำในการ ออกแบบ ก่อสร้าง ได้เดินระบบ UASB อย่างครบวงจรมากกว่า 20 ปีแล้ว ข้อดีของระบบนี้คือ มีประสิทธิภาพสูง ใช้พื้นที่น้อย ก๊าซชีวภาพที่ได้มีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะนำมาใช้เป็นพลังงานทดแทนในหม้อไอน้ำ หรือผลิตกระแสไฟฟ้า  เป็นการลดต้นทุนค่าไฟฟ้า และลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เป็นปัญหาทำให้เกิด “ภาวะโลกรวน” 

บำบัดน้ำเสียโรงงานผลิตภัณฑ์นม

เสียที่ผ่านการบำบัดจากระบบ UASB จะถูกส่งไปบำบัดต่อที่ ถังเติมอากาศ Activated Sludge แบบ SBR หรือ Sequencing Batch Reactor  ข้อดีของระบบนี้คือ ถังมีขนาดเล็ก และไม่จำเป็นต้องมีถังตกตะกอน จึงประหยัดพื้นที่ก่อสร้าง  จากนั้นน้ำที่บำบัดแล้วจะถูกส่งไปยังบ่อพักน้ำ ก่อนที่จะปล่อยสู่แหล่งน้ำต่อไป 

บำบัดน้ำเสียโรงงานผลิตภัณฑ์นม

ตะกอนส่วนเกินที่เกิดจากระบบ DAF และ SBR จะถูกส่งไปที่ถัง Anaerobic Digester ทำหน้าที่ย่อยตะกอนเหล่านี้  ระบบแบบนี้ก็เป็นหนึ่งในระบบที่ปภพมีประสบการณ์ในการออกแบบ ก่อสร้าง มาอย่างยาวนาน  ข้อดีของมันคือสามารถลดปริมาณตะกอนที่ออกจาระบบบำบัดน้ำเสียได้สูงสุดถึง 90% คือเหลือตะกอนทิ้งออกนอกโรงงานน้อยสุดแค่ 10%  ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินระบบอย่างมาก 

 
เนื่องจากก๊าซชีวภาพที่ได้จากถัง UASB และ ถังย่อยตะกอน มีปริมาณอยู่ที่ประมาณ 1,100 ลบ.ม. ต่อวัน ซึ่งมีค่าน้อยมาก ยังไม่คุ้มค่าที่จะนำมาใช้ประโยชน์ ปัจจุบันจึงนำก๊าซที่ได้ไปเผาที่ Flare เพื่อลดก๊าซเรือนกระจก และลดภาวะโลกรวน แล้วก็ยังมีระบบป้อนสารเคมี ทั้งหมดนี้ระบบควบคุมด้วย PLC & SCADA แบบครบวงจร 

ท่านใดสนใจโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อมดีๆแบบนี้สามารถติดต่อที่ บ. ปภพ จำกัดได้ที่ LINE official  @papop